แพทย์ชี้ “โรคสะเก็ดเงิน” ไม่ใช่โรคติดต่อ

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่ไม่ติดต่อ แต่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม จัดเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายขาดแต่ป้องกันการกำเริบของโรคได้ หากดูแลร่างกายให้แข็งแรงหลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม พบได้ทุกเพศ ทุกวัย เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน

ทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังเร็วกว่าปกติ การเจริญเติบโตและพัฒนาการของผิวหนังจึงไม่สมบูรณ์ อาการที่พบคือ มีผื่นแดงหนาขอบเขตชัดเจน มีสะเก็ดเงินปกคลุม เมื่อขูดลอกสะเก็ดออกจะพบจุดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง มักเป็นบริเวณข้อศอก หัวเข่า หน้าแข้ง ผื่นอาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่กระจายทั่วร่างกาย ศีรษะจะมี ผื่นแดงลอกเป็นขุยขาวคล้ายรังแค เล็บอาจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เล็บหนา เนื้อเล็บผุกร่อน ลอกเป็นขุยขาวหรือมีหลุมเล็กๆ บริเวณผิวเล็บ และอาจมีอาการปวดข้อร่วมด้วย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่น บาดแผลบนผิวหนัง ถูกของมีคมทำให้เป็นแผลหรือเพียงรอยถลอกเล็กน้อย อาจทำให้เกิดผื่นของโรคที่บริเวณนั้นการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นในช่วงฤดูร้อน แต่อาการจะกำเริบในช่วงฤดูหนาวซึ่งอากาศแห้ง ได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจ เครียด การติดเชื้อในร่างกาย เช่น เป็นไข้หวัด การระคายเคืองต่อผิวหนัง เช่น การแพ้ยาทาต่างๆ สบู่ ผงซักฟอก
แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายขาด การรักษาต้องวางแผนระยะยาวและรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกำเริบของโรค ถ้าเป็นผื่นไม่มากรักษาโดยใช้ยาทา หากไม่ดีขึ้นอาจใช้ร่วมกับการฉายแสงอัลตราไวโอเลต ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงอาจให้ยารับประทานร่วมด้วย ซึ่งยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงไม่ควรซื้อมาทาหรือรับประทานเอง สำหรับผื่นที่หนังศีรษะควรใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำมันดินร่วมกับยาทา ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินควรดูแลตนเอง ดังนี้ ทาครีมหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อลดอาการผิวแห้ง ใช้สบู่อ่อน ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองของผิวหนัง ห้ามใช้น้ำยาฆ่าเชื้อในการทำความสะอาดผิว เพราะโรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ และน้ำยาฆ่าเชื้อจะทำให้เกิดการระคายเคืองและผื่นกำเริบ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ อย่าเกาหรือพยายามแกะสะเก็ดออกจากผื่น เพราะจะทำให้เลือดออกและผื่นกำเริบได้ นอกจากนี้ควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ไม่เครียด จะสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดี. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth