อุทยานแห่งชาติเขาสก

สัมผัสผืนป่าที่มีความยิ่งใหญ่มากเป็นลำดับต้น ๆ ของภาคใต้ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอบ้านตาขุน อำเภอพนม และอำเภอคีรีรัฐนิคม ที่นี่ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2537 ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 461,712 ไร่

โดยมีสภาพทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อนและดูแปลกตาด้วยแนวหน้าผาสูงชัน ขณะเดียวกันทางด้านทิศเหนือคือที่ตั้งของเขื่อนรัชชประภา ที่มีบรรยากาศของทะเลสาบเหนือเขื่อนสวยงาม เสียจนมีผู้เปรียบเปรยว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสกเต็มไปด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย โดยกิจกรรมที่น่าสนใจนั้น ได้แก่ การล่องแก่ง เดินป่า นั่งช้าง ดูนก และเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ

ไฮไลต์แห่งอุทยานฯ
สำหรับนักท่องธรรมชาติ การเดินป่าเขาสกเพื่อตามหาพืชพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่ เป็นเหมือนความฝันที่พวกเขาหวังว่าจะต้องทำให้เป็นจริงสักครั้ง นั่นคือการตามหา “บัวผุด” หรือกระโถนฤๅษี ดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวดอกประมาณ 10-25 นิ้ว โดยบัวผุดนั้นมักขึ้นอยู่ตามพื้นดิน จะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงมกราคม นอกจากนี้คุณอาจพบปาล์มหลังขาว อีกหนึ่งพันธุ์ไม้หายาก รวมทั้งสัตว์แปลก ๆ ที่หายากและมีความน่าสนใจ เช่น กบทูด และปลามังกร

ฤดูท่องเที่ยว
ช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดสำหรับท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาสกคือระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน

น่าชม
• วังยาว เป็นวังสำหรับเล่นน้ำที่มีขนาดกว้างและยาว โดยสามารถเล่นน้ำพร้อมกันได้ไม่ต่ำกว่า 500 คน ที่นี่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 3 กิโลเมตร และอยู่เหนือน้ำตกวิ่งหิน 40 เมตร
• น้ำตกบางหัวแรดและน้ำตกวิ่งหิน จัดเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงาม โดยมีต้นน้ำมาจากคลองศก มีลักษณะเป็นน้ำตก 2 ชั้น ชั้นแรกไหลจากบางหัวแรดแล้วไหลลงคลองศก ชั้นที่สองอยู่ในคลองศก และห่างไปเพียง 120 เมตรจากน้ำตกบางหัวแรด จะพบกับน้ำตกวิ่งหินซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็ก
• ตั้งน้ำ คือทัศนียภาพอันเกิดจากภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน กลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน โดยมีลำคลองศกไหลลอดผ่านเบื้องล่าง ที่นี่อยู่ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกวิ่งหินประมาณ 3.2 กิโลเมตร และต้องเดินทางโดยทางเท้าเข้าไป
• น้ำตกโตนกลอย เกิดจากคลองศก เป็นน้ำตกชั้นเดียว มีลานหินสำหรับพักผ่อนบนชั้นน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร
• น้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกที่สวยงามในลำคลองศก ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 11 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกโตนกลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร
• น้ำตกธารสวรรค์ โดดเด่นด้วยสายน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาชัน แล้วพุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำก่อนไหลลงสู่คลองศก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำประมาณ 3กิโลเมตร
• น้ำตกสิบเอ็ดชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการฯ 4 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันมาตามร่องหน้าผาดูเป็นรูปขั้นบันได 11 ขั้น ชั้นล่างสุดมีแอ่งน้ำสำหรับลงเล่นน้ำได้ การเดินทางไปน้ำตกสายนี้ต้องเดินเท้าเข้าไป
• น้ำตกแม่ยาย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 4.5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 30 เมตร ซึ่งรถยนต์สามารถเข้าไปถึงได้ โดยที่นี่ตั้งอยู่ริมถนนสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า บริเวณกิโลเมตรที่ 113

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ
• เส้นทางที่ 1 น้ำตกบางหัวแรด-น้ำตกโตนกลอย เริ่มเดินจากที่ทำการอุทยานฯ ข้ามคลองบางเลน ไป น้ำตกบางหัวแรด ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 3 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่จะพบน้ำตกหลายสาย เช่น น้ำตกวิ่งหิน วังยาว น้ำตกธารสวรรค์ ตั้งน้ำ และน้ำตกโตนกลอย ตลอดเส้นทางมีความยาว 9 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถไปเองได้เพราะเส้นทางการเดินไม่ลำบากมากนัก
• เส้นทางที่ 2 เป็นเส้นทางน้ำตกสิบเอ็ดชั้นซึ่งต้องปีนภูเขาสู่น้ำตกสิบเอ็ดชั้นในระยะทางเดิน 4 กิโลเมตร เส้นทางนี้แม้มีทางเดินที่ค่อนข้างชัน แต่ก็สามารถเดินเองได้โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
• เส้นทางที่ 3 เป็นเส้นทางเดินที่ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกสิบเอ็ดชั้น แต่เป็นเส้นวงกลม มีทางเดินเป็นขั้นบันได ตามเส้นทางจะมีป้ายสื่อความหมายซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเองได้ในระยะทาง 2 กิโลเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก
อุทยานฯ มีบ้านพักบริการ 2 หลัง ราคา 800-1,000 บาท มีเต็นท์ให้เช่าราคาหลังละ 150-600 บาท/คืน นักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์ไปเอง เสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ คนละ 30 บาท และค่าพักแรมคนละ 20 บาท
และใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีที่พักของเอกชนบริการหลายแห่ง บางแห่งสร้างเป็นบ้านบนต้นไม้ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนต้องการประสบการณ์ความแปลกใหม่ และหากไม่ได้เตรียมอาหารหรือเสบียงในการพักค้างแรมที่อุทยานฯ สามารถจะหาซื้อของใช้ได้ที่บริเวณบ้านตาขุน ซึ่งเป็นชุมชนที่มีร้านค้าหลายแห่งก่อนเดินทางไปอุทยานฯได้

ที่ตั้ง : หมู่ที่ 6 ตำบลคลองสก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

การเดินทาง : จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า (ทางหลวงหมายเลข 401) ถึงกิโลเมตรที่ 109 มีแยกขวาไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ หรือจากสถานีรถไฟ อำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี มีรถประจำทางสายพุนพิน-ภูเก็ต ลงรถบริเวณกิโลเมตรที่ 109 แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ ///ททท.