สองเกาหลีพบหารือเตรียมตัวซัมมิต “มุน-คิม”

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้พบหารือกันในเขตพื้นที่ความมั่นคงร่วมบนเขตปลอดทหาร เพื่อเตรียมการประชุมครั้งสำคัญระดับผู้นำของทั้งสองประเทศ ในวันที่ 27 เม.ย. นี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ว่านายโช มยอง-กยอน รมว.กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ นำคณะเดินข้ามเส้นแบ่งเขตทางทหาร ( เอ็มดีแอล )

บริเวณพื้นที่ความมั่นคงร่วม ไปยังอาคารทงกิลกัก ในเขตหมู่บ้านปันมุนจอมของเกาหลีเหนือ ในการพบหารือกับคณะเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเปียงยาง นำโดยนายรี ซอน-กวอน ประธานคณะกรรมาธิการรวมชาติอย่างสันติของเกาหลีเหนือ เมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อเตรียมการสำหรับการพบหารือครั้งสำคัญระหว่างประธานาธิบดีมุน แจ-อิน กับนายคิม จอง-อึน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 เม.ย. นี้ ทั้งนี้ นายรี ซอน-กวอน กล่าวในช่วงหนึ่งของการประชุม แสดงความชื่นชมทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีที่ดีขึ้นอย่างมากตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ โดยเฉพาะในช่วงของการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ที่เมืองพยองซังของเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพบหารือระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ จะเป็นการปูทางสู่ “การเติมเต็มความหวังและความปรารถนา” ของทั้งสองฝ่าย ขณะที่นายโช มยอง-กยอน กล่าวว่า การประชุมระหว่างผู้นำเกาหลีใต้กับผู้นำเกาหลีเหนือในครั้งนี้ จะเป็นการหารือที่ “ประสบความสำเร็จ” ต่อเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งเป็นผลจากการตัดสินใจโดยรัฐบาลของทั้งสองประเทศ โดยการประชุมครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากการพบหารือระหว่างหว่างนายคิม จอง-อิล กับประธานาธิบดีคิม แด-จุง เมื่อปี 2546 และประธานาธิบดีโน มู-ฮยอน เมื่อปี 2550
 
อนึ่ง นายคิม จอง-อึน เยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ ที่ถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำหนุ่มรุ่นที่ 3 แห่งรัฐบาลเปียงยาง นับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจเมื่อปลายปี 2554 ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการสร้าง “ความเซอร์ไพรส์” ครั้งใหญ่ให้แก่หลายประเทศโดยเฉพาะสหรัฐ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ที่ยอมรับว่า “ไม่ทราบมาก่อน” ผู้สันทัดกรณียังพากันวิเคราะห์ด้วยว่า การที่นายคิม จอง-อึน เดินทางไปพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก่อนพบกับนายมุน แจ-อิน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นอีกครั้งที่เกาหลีเหนือเดินเกม “อย่างชาญฉลาด” เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในหลายประเด็น ที่รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจและการยุติโครงการนิวเคลียร์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews